POST

Article 71 A Vegus2000 2016


เวปพนันบอลออนไลน์ เว็บพนันบอลออนไลน์ แทลบอล888 ที่ดีที่สุด ฝากขั้นต่ำ 60 มาแล้วครับ เวบ แทงบอลออนไลน์เปิดบริการตลอดทั้งวันทั้งคืน สะดวก รวมทั้ง ตามมาตรฐาน สามารถยอมรับ ทั่วทั้งโลก 2 ไอดี เล่นได้ทุกๆอย่าง การคลังมั่นคงจ่ายหนักจ่ายจริงฝากถอนไม่มีอย่างต่ำ เว็ปตรงไม่ผ่านเอเยนต์แทงบอลสเต็ปบาคาร่าออนไลน์คืนค่าคอมสูงสุด 62% คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงบาคาร่าออนไลน์ทำกำไรให้ได้สมัครง่ายไม่ยุ่งยากหลายเกมส์ให้ร่วมสนุกสนานคาสิโนออนไลน์ที่ใหญ่แล้วก็นิยมที่สุดในไทย ทำรายการฝาก ภายในเวลา 1 นาที รองรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ android และ ios เปิดมานานกว่า 1 ปี ให้บริการแทงบอลออนไลน์คาสิโนออนไลน์ ไก่ชน หวยฮานอยมั่นคงได้เงินจริง

ถ้วยเล็กๆที่เรียกว่า "ลีก คัพ"
ถ้วยเล็กๆที่เรียกว่า "ลีก คัพ"
อีเอฟแอล คัพ หรือที่ราษฎรรู้จักกันมานานในนาม ''ลีก คัพ'' จัดเป็นเพียงถ้วยรางวัลใบเล็กๆน่ารักๆที่ไม่ได้มีคุณค่าอะไรมาก โดยมีความหมายเป็นอันดับ 3 ของการบอลอังกฤษ ต่อจาก พรีเมียร์ลีก รวมทั้งเอฟเอ คัพ
เฉพาะอย่างยิ่งในโลกลูกหนังปัจจุบันที่คุณประโยชน์ของมันดูจะย่ำแย่ลงไปเรื่อย
หลายทีมระดับพญายักษ์ในพรีเมียร์ลีกให้ความสำคัญกับแชมป์ลีกสูงสุดแล้วก็กระบวนการทำชั้นในตาราง เพื่อร่วมศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซะมากยิ่งกว่า ขณะที่ทีมขนาดเล็กๆก็ย่อมให้ความใส่ใจกับความอยู่รอดปลอดภัยของตัวเองมากกว่า
ว่าแล้วเค้าเหล่านั้นก็ถือโอกาสใช้ "ลีก คัพ" นี่แหละเป็นเวทีสำหรับทดสอบฝีเท้าของผู้เล่นดาวรุ่งพลางให้โอกาสผู้เล่นประเภทตัวสำรองที่ไม่ค่อยได้ลงสนามไปในตัวแทบไม่ต่างอะไรจากสนามเด็กเล่น
กลุ่มที่ได้แชมป์รายการนี้ในสายตาของแฟนบอลส่วนมากก็เลยไม่ได้รับการกล่าวเชิดชูหรือชมเชยอะไร เพราะหลายทีมแสดงออกอย่างเด่นว่า "ข้าไม่เอา"
นั่นเป็นต้นเหตุของคำว่า "มิคกี้เม้าส์ คัพ" ที่บรรดา "แฟนผี" รจนาขึ้นมา เพื่อล้อเลียนเจ้าพ่อ ลีก คัพ อย่าง ลิเวอร์พูล โดยเฉพาะ
เนื่องเพราะในยุคสมัยหนึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ยิ่งใหญ่รวมทั้งยิ่งใหญ่คับประเทศเสียจนถึงแทบจะไม่จำเป็นต้องชายตามามองดูถ้วยเล็กๆใบนี้
สรุปกล้วยๆว่าถ้าหากว่ากลุ่มคุณมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก หรืออยากทำชั้นในตารางให้สูงๆเพื่อไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก หรืออยากได้เอาชีวิตรอดจากการตกชั้น ทีมที่คุณเชียร์ก็ชอบมองข้าม ลีก คัพ ที่ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์เหมือนเก่า
อพิโธ่!...

อย่าว่าแต่ว่าถ้วยนี้เลยครับผม ขนาดโทรฟี่ที่โบราณที่สุดในเมืองมนุษย์รวมทั้งดาวอังคารอย่าง เอฟเอ คัพ รวมทั้งนาทีนี้ยังถูกมองข้ามเลย
เนื่องจากมันทั้งเสียเวลา และก็สิ้นเปลืองพลังงาน!!!
ยุคสมัยเปลี่ยนไป เมื่อ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นขุมเงินขุมทองมูลค่าเป็นอันมาก ถ้วยรางวัลสำหรับหนูน้อยๆอย่าง ลีก คัพ ก็เกือบจะไม่มีค่าอะไรบ้างที่อยู่ในสายตาของทีมระดับพญายักษ์
แต่ว่าบางโอกาสถ้วยเล็กๆใบนี้ก็อาจอุดมด้วยค่าได้แบบเดียวกัน
แมนฯ ยูไนเต็ด แทบจะดู ลีก คัพ ด้วยสายตาดูถูกดูแคลนดูหมิ่นเหยียดหยามมาตลอด โดยเฉพาะในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
พวกเขาจะ "เอานะ" หรือ "ไม่เอานะ" ครั้งคราวก็ขึ้นกับอารมณ์ของคุณพ่อ รวมทั้งเหตุการณ์ที่บังเกิดขึ้น ณ ตอนนั้น
คือถ้าหากอยู่ในอารมณ์คร่ำครวญหาการบรรลุเป้าหมาย หลังจากห่างเหินมานานก็เอาไว้ก่อนดีมากกว่า บางเวลาก็ดีแล้วกว่าไม่ได้อะไรเลย
ยกตัวอย่าง ฤดู 2005-06 เมื่อสมาชิกของท่านพระยาหมื่นทำท่าว่าจะมิได้สัมผัสแชมป์ลีกสูงสุดเป็นฤดูที่ 3 ต่อเนื่องกัน หากปลดปล่อยให้เป็นฤดูที่ว่างเปล่าเกิดสุญญากาศแล้วตามมาด้วยอาการตายซาก
แม้ว่าจะเป็นเพียงแต่ถ้วยน้ำจิ้มที่มิได้มีคุณค่าอะไรให้จำ แม้กระนั้นคุณป๋าจำเป็นจะต้องเน้นย้ำเอาไว้ก่อน
แมนฯ ยูไนเต็ด จึงได้แชมป์ ลีก คัพ เมื่อปี 2006 โดยที่บรรดาผู้ขายวิญญาณให้ปีศาจแดงไม่ได้รู้สึกภูมิใจอะไรเยอะมาก เนื่องเพราะในตอนนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงอยู่ในสถานะของผู้ยิ่งใหญ่ - ความหายนะยังไม่ได้มาเยือนพวกเขาอย่างเต็มตัว
ภายหลังหมดยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน - ทันใด!

แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เบรคสะบัด คลัชท์เสีย เกียร์หลุดกระทั่งพุ่งไปปะทะกับความตกต่ำแบบเต็มๆ
ผู้ได้รับเลือกอย่าง เดวิด มอยส์ พยายามเน้นถ้วย ลีก คัพ เพราะถ้าเกิดได้มา มันจะเป็นรางวัลแรกของเขาในฐานะกุนซือปีศาจร้ายแดง แน่ๆว่ามันกลายเป็นโทรฟี่ที่มีคุณค่า เพียงแต่ทำไม่สำเร็จ แมนฯ ยูไนเต็ด เสียท่าปราชัย ซันเดอร์แลนด์ ในรอบตัดเชือกซะ
อย่างนั้น
หฝ่าส์ ฟาน กัล บางครั้งก็อาจจะไม่ให้ความใส่ใจกับ ลีก คัพ มากเท่าไรนัก ด้วยอยากฉุดกระชาก แมนฯ ยูไนเต็ด ให้กลับไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มากกว่า
ตราบจนกระทั่งตำแหน่งกุนซือซาตานแดงเปลี่ยนแปลงมาเป็นของ โชเซ่ มูรินโญ่
ระดับ "เพียงอย่างเดียวคนนี้" เรียนตามจริงว่า ลีก คัพ คงจะอยู่นอกสายตา
แม้กระนั้นในฐานะของกุนซือที่คุมปีศาจร้ายแดงเป็นฤดูแรก
ลีก คัพ มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดสำหรับเขา ด้วยเหตุว่ามันคือจุดเริ่มต้นที่การบรรลุผลของ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกครั้งในสมัยที่มีผู้จัดการทีมฟุตบอลชื่อ โชเซ่ มูรินโญ่
ส่วนอีกจุดหนึ่งที่จะบอกได้ว่า ลีก คัพ มีคุณค่ามากมายน้อยขนาดไหน ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นในนัดชิงแชมป์ หรือเนื้อหาของเกมนั่นแหละ
ว่าแล้วขอย้อนกลับไปในฤดูกาล 2005-06 อีกที ซึ่งคู่ขับเคี่ยวของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในนัดชิงชนะเลิศ ลีก คัพ ฤดูนั้นคือ วีแกน
พวกพ้องอสุรกายแดงไล่ถล่มคู่ต่อสู้กลุ่มนี้ ก่อนจะมีชัยไปแบบขาดลอย ด้วยสกอร์ 4-0
แม้จะเพียงเป็นแชมป์เดียวของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนั้น แม้กระนั้นดูอย่างกับว่าแฟนผีจะไม่ได้ภูมิใจอะไรนัก ซึ่งก็อย่างที่บอกนั่นแหละครับว่าในเวลานั้น ผู้ร่วมทีมของเฟอร์กี้ยังคงอยู่ในสถานะของผู้ยิ่งใหญ่ไม่เหมือนกับปัจจุบันนี้ที่นั่งแทรกกับความรันทดมาเป็นฤดูที่ 4
แถมอะไรที่ได้มาอย่างไม่ยากเย็นๆมันก็ชอบไม่ค่อยมีคุณค่า
กลับกัน - หากกว่าจะได้มามันช่างยากเย็นแสนเข็ญบนความเป็นดราม่า มันก็จะยิ่งมีคุณค่าขึ้นมาเยอะขึ้น
สำหรับนัดหมายชิงชนะเลิศ ลีก คัพ ขบวนล่าสุดเมื่อวันก่อน คู่แข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่าง เซาธ์หมูแฮมป์ตัน ก็หาใช่ทีมในวรรณะเดียวกัน ด้วยเหตุว่า ลิเวอร์พูล ดันชิงตกรอบไปก่อน
ลองคิดดูครับผมว่าถ้าหากคู่ชิงฯ เป็นศึกแดงเดือดระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ หงส์แดง ค่าของ อีเอฟแอล คัพ นัดชิงแชมป์มันจะพุ่งกระฉูดแตกแค่ไหน?
"นักบุญ" ราวกับไม่ใช่คู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อของ "ปีศาจร้ายแดง" ถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะไปง่ายๆมันก็อาจจะไม่มีอะไรให้น่าพูดถึงหรือจำสักเท่าไหร่
ก็แค่สิ่งที่อุบัติขึ้นที่ เวมบลี่ย์ มันกลับอุดมด้วยเรื่องราวอันน่าระทึกใจและรื้นเริงบนความเมามันระดับ 80,000 ตีนถีบ!
เมื่อกลุ่มรองบ่อนอย่าง เซาธ์หมูแฮมป์ตัน เป็นฝ่ายที่โชว์ฟอร์มได้เหนือกว่า ครอบครองบอลมากกว่า บุกมากมายว่า และก็ได้โอกาสทำลายตาข่ายมากยิ่งกว่า
ต่อเมื่อได้โอกาสแล้วดันฉกฉวยเอาไว้ไม่ได้ก็เลยถูกทีมที่มีคุณภาพสูงกว่าลงทัณฑ์
แมนฯ ยูไนเต็ด นำห่าง 2-0 ทั้งๆที่มิได้บุกกดดันรวมทั้งสร้างความยากแค้นให้คู่ปรปักษ์ของตนด้วย
นำห่างแบบงี้เพียงเล่นเกมรับให้เหนียวแน่นและมานะรักษาสกอร์นำ 2 สกอร์นี้ไปเรื่อยแล้วหาจังหวะโจมตีแบบลอบฆ่า ชะรอยว่าน่าจะได้อีกสักประตูด้วย ก่อนคว้าแชมป์แบบสบายๆโดยไม่มีอะไรให้ต้องกล่าวถึงมากสักเท่าไรนัก เพราะเหตุว่ามันก็เป็นแค่ความมีชัยของทีมระดับศักดินาที่มีผู้เล่นค่าตัวแพงที่สุดในโลกที่มีต่อทีมรองบ่อนตามศักยภาพเพียงเท่านั้น
แต่เมื่อพลพรรคนักบุญไล่ตีเสมอได้เสร็จเป็น 2-2 ด้วยรูปเกมที่เหนือกว่า ซ้ำยังโหมบุกกระหน่ำอย่างหนักจนกระทั่งทีมที่ใหญ่กว่าอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ออกอาการซวนเซรวมทั้งยอบแยบ
ถ้าหาก เซาธ์หมูแฮมป์ตัน พลิกกลับมาเป็นผู้ชนะ มันย่อมเป็นความมีชัยอันยิ่งใหญ่และก็อยู่ในความทรงจำอย่างแน่แท้
แต่มันคงจะมีอัตราความดราม่ามากกว่า แม้พระเอกไม่ใช่ผู้ชนะในตอนจบเสมอ ว่าแล้วคนบนฟ้าก็ดันลิขิตให้ทีมที่เหมาะสมแพ้มากกว่าแปลงเป็นผู้ชนะซะแบบงั้น!
คือมันราวกับการหักมุมซ้อนหักมุมอีกครั้งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นฝ่ายชนะทั้งที่กำลังจะ "เด๊ดห่า" อยู่รอมร่อ
ที่สำคัญเป็น "วีรบุรุษ" ของภูติผีปีศาจแดง คือผู้เล่นที่อายุ 35 ขวบแล้วอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช อีกต่างหาก
เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ในนัดชิงแชมป์ - อัตราความดราม่าจึงพุ่งกระฉูดขึ้นมาแบบเกินอุเบกขาจะคัดค้าน ทั้งที่ข้อเท็จจริงในเนื้อแท้ของการเป็นแชมป์รายการนี้ มันก็ไม่ได้มีคุณค่าอะไรจำนวนมาก ในเมื่อทีมวรรณะเดียวกันอย่าง เชลซี, อาร์เซน่อล รวมทั้งแมนฯ ซิตี้ ไม่ให้ความสำคัญกับ ลีก คัพ สักเท่าไหร่ โดยเฉพาะทีมสีฟ้าแห่งแมนเชสเตอร์ ถึงขนาดจัดตัวสำรองมาให้พลพรรคภูติผีแดงขย่มถึง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เลยทีเดียว
แชมป์ลีก คัพ ประจำฤดูกาลนี้จึงดูยิ่งใหญ่ เพราะดันกำเนิดดราม่าขึ้นในเกมรวมด้วยการเป็นแชมป์คราวแรกในฐานะผู้จัดการทีมฟุตบอลภูติผีแดงของ โชเซ่ มูรินโญ่
จุดสำคัญมันอยู่ตรงนี้นี่แหละขอรับ ทั้งที่จะว่าไป เอฟเอ คัพ ของ หลุยส์ ฟาน กัล เมื่อฤดูกาลที่แล้วยังมีเกียรติมากกว่าด้วยซ้ำ
ตอนคุม เชลซี - ลีก คัพ ก็คือโทรฟี้แรกของ มูรินโญ่ นับว่าเป็นจุดเริ่มแรกแห่งการบรรลุเป้าหมาย ก่อนที่จะเสกให้ทีมสิงห์บลูส์ครองแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 ยุค + เอฟเอ คัพ 1 สมัย
ต่อไปนี้ถามว่าแชมป์ถ้วยรางวัลสำหรับหนูน้อยๆอย่าง ลีก คัพ จะกลายเป็นจุดเริ่มแรกที่ความโหฬารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ หรือเปล่า?
ตอบตามจริงว่าผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน
ทราบแต่ไม่เคยมีกุนซือคนไหนกันแน่ในประวัติศาสตร์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่คุมกลุ่มฤดูกาลแรกแล้วได้แชมป์ในทันที
ผู้มีอิทธิพลที่สุด 3 คนภายในประวัติศาสตร์สโมส แมนฯ ยูไนเต็ด และเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลเพียง 3 คนในพงศาวดารที่เคยเสกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นแชมป์ลีกสูงสุดอย่าง เอ้อร์เนสต์ มังนัลล์ - เซอร์ แมตต์ บัสบี้ และ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ไม่เคยเสกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นแชมป์ใดๆในปีแรกที่ตนเองคุมกลุ่มนะครับ - ขอบอก
เรื่องแบบนี้ไม่สามารถที่จะเอามาเปรียบเทียบเป็นบัญญัติไตรยางค์ได้ก็จริงอยู่ แม้กระนั้นที่รู้ๆคือ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งนั่งแทรกกับความล่มจมมาตลอด นับแต่คุณป๋าอำลาตำแหน่ง พวกเขามองถ้วยเล็กๆที่เรียกว่า "ลีก คัพ" ด้วยสายตาที่ชื่นมื่นแล้วก็พึงใจมากมายเหมือนหนึ่งว่าการบรรลุผลต่างๆที่ห่างเหินไปกำลังจะกลับมาอีกที

การค้นหาที่เกี่ยวข้องกับ เว็บไซต์พนันบอล
เว็บ บอล แจก เครดิต ฟรี ล่าสุด เว็บบอลแจกเครดิตฟรีไม่ต้องฝาก2019 เว็บพนัน ดีที่สุด pantip เว็บพนันบอล m88 เว็บพนันบอล ดีที่สุด pantip เว็บพนันบอล ดีที่สุด แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ vegus168 pantip